คิดให้รวยแบบ ลี-กา-ชิง


 

      ลี กา-ชิง มหาเศรษฐีฮ่องกง วัย 85 สอนวิธีสร้างชีวิตจากเงิน 5 กอง ที่รับประกันความสำเร็จจากประสบการณ์ของตนเอง ที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปในทางที่ดีขึ้นโดยสิ้นเชิง

    ลี กา-ชิง มหาเศรษฐีแห่งเกาะฮ่องกง วัย 85 ปี ผู้ร่ำรวยมหาศาลมีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 16,000 ล้านเหรียญ ต่อสู้ชีวิต รับผิดชอบเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนบิดาที่เสียชีวิตตั้งแต่เขายังอยู่ในโรงเรียน บากบั่นมานะจนกลายเป็นคนที่รวยที่สุดของเกาะฮ่องกง ได้ชื่อว่า 'ซูเปอร์แมน' มีอาณาจักรธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม สถานีโทรทัศน์ ท่าเรือขนส่ง บริการอินเตอร์เน็ต อสังหาริมทรัพย์ และมูลนิธิลี กาชิง (LKSF) องค์กรการกุศลที่มีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาและบริการสุขภาพ ลี กา-ชิงได้ถ่ายทอดบทเรียนชีวิตสำคัญเกี่ยวกับเงิน 5 กอง ว่าหากแม้แต่ละคน เริ่มต้นสร้างฐานะจากรายได้ต่อเดือนเพียง 2,000 หยวน (ประมาณ 10,000 บาท) แต่ก็สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ โดยการแบ่งเงินเป็น 5 ส่วน 600/400/300/200/500 หยวน
       
       เงินส่วนแรก 600 หยวน (ประมาณ 3,000 บ.) นั้น เป็นส่วนของใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งก็ต้องแบ่งละเอียดลงไปในแต่ละวัน คุมการใช้จ่ายไม่เกิน 20 หยวนต่อวัน ลี กา ชิง ถึงกับช่วยจัดเมนูมื้อเช้าให้ด้วยว่า อาจจะเป็นวุ้นเส้น ไข่หนึ่งฟอง และนมหนึ่งแก้ว ส่วนมื้อกลางวันก็กินอาหารง่ายๆ และผลไม้ มื้อเย็นก็ควรทำเอง เป็นอาหารจานผัก แถมให้นมหนึ่งแก้วก่อนนอน เพียงเมนูประจำวันนี้ รับประกันว่าหนึ่งเดือนค่าใช้จ่ายไม่เกิน 500-600 หยวน อีกทั้งไม่เป็นเหตุให้มีโรคภัยไข้เจ็บ
       
       เงินส่วนที่สอง 400 หยวน (ประมาณ 2,000 บ.) ลี กา ชิง สอนว่า เป็นส่วนที่กันไว้สำหรับสร้างมิตรสหาย และคนรอบข้าง ซึ่งก็คงไม่พ้น 100 หยวนสำหรับค่าโทรศัพท์ กินเลี้ยง 2 มื้อต่อเดือน ตกมื้อละ 150 หยวน และก็ควรเลือกคนที่สมควรจะกินข้าวด้วย อาจจะเป็นคนที่มีความรู้มากกว่าคุณ และฐานะการเงิน การงานดีกว่า การจัดสรรในด้านนี้ จะทำให้สามารถขยายความสัมพันธ์ ที่สร้างคุณค่าและยังเพิ่มมูลค่า อีกทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตน
       
       เงินส่วนที่สาม 300 หยวน (ประมาณ 1,500 บ.) เป็นส่วนที่ใช้เพื่อการเรียนรู้ ซื้อหนังสือที่มีประโยชน์และอ่านมันอย่างละเอียด เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่สอนไว้ในหนังสือ ที่สำคัญคือหลังจากอ่านหนังสือแต่ละเล่ม ให้เล่าถ่ายทอดแบ่งปันกับคนอื่น วิธีนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นคนที่น่าสนใจ เข้าคอร์สอบรมที่ดีต่างๆ นอกจากจะขยายความรู้แล้ว ยังจะช่วยขยายสังคมให้คุณเจอเพื่อนที่มีทัศนคติความคิดเหมือนกัน
       
       เงินส่วนที่สี่ 200 หยวน (ประมาณ 1,000 บ.) นั้นควรเก็บไว้ใช้สำหรับการเดินทางไปเที่ยวในวันหยุด เป็นการให้รางวัลแก่ตนเอง โดยการเดินทางไปพบประสบการณ์ต่างประเทศอย่างน้อยปีละครั้ง และพักในโรงแรมราคาประหยัด ประสบการณ์จากการเดินทาง จะเติมพลังไฟในการทำงานอยู่เสมอ
       
       เงินส่วนที่ห้า 500 หยวน (ประมาณ 2,500 บ.) เป็นกองสำหรับเก็บออม เป็นทุนในการเริ่มต้นทำธุรกิจ ซึ่งน่าจะเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ไม่มีความเสี่ยงในการเริ่มต้น แม้คุณจะขาดทุน ก็ยังไม่เสียเงินมาก เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความกล้าและมั่นใจ ให้เรียนรู้ประสบการณ์ของการเริ่มต้นทำธุรกิจเล็กๆ ไปก่อน เมื่อมีรายได้มากพอ ค่อยเริ่มมองหาแผนการลงทุนระยะยาว และลงทุนในหลักทรัพย์ระยะยาวด้วยเงินของตนและครอบครัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง

 

อย่างไรก็ดี นอกจากสัดส่วนเงิน 5 กองนี้ ลี กา ชิง ยังบอกทัศนคติในการบริหารฯ ว่า ถ้าเวลาผ่านไปหนึ่งปี เงินเดือนยังคงเท่าเดิม 2,000 หยวน นั่นหมายความว่าไม่ได้มีความก้าวหน้าขึ้นเลย และควรจะสำนึกละอายใจ สั่งสอนตัวเองด้วยการไปซื้อเต้าหู้ที่แข็งที่สุดในร้านซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วปาใส่หัวตัวเองสักที
       
       แต่ถ้าผ่านไปแล้ว เงินเดือนขึ้นมาอยู่ที่ 3,000 หยวน ก็ขอให้ทำงานหนักต่อไป อาจจะต้องหางานเสริม ถ้าเป็นงานขายนี่จะท้าทายมาก เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะได้เรียนรู้ศิลปะในการขาย และนำไปใช้กับอาชีพหลักได้ เพราะเจ้าของธุรกิจทั้งหมดที่ประสบความสำเร็จ ล้วนเริ่มจากการเป็นนักขายที่ดี มีทั้งความสามารถในการขายความฝันและวิสัยทัศน์ และยังได้พบคนมากมายที่มีคุณค่าต่ออาชีพของตนในภายหลัง ได้เรียนรู้ว่าอะไรขายได้และอะไรขายไม่ได้ ใช้ไหวพริบในการสังเกตตลาด และหาสินค้าที่เข้าข่ายจะเป็นผู้ชนะในอนาคต
       
       สำหรับการซื้อเสื้อผ้าและรองเท้านั้น ลี กา ชิง แนะให้ซื้อน้อยที่สุด เพื่อประหยัดเงินและซื้อของขวัญให้คนที่รัก พร้อมกับบอกพวกเขา ถึงแผนการและเป้าหมายทางการเงินของตน เหตุผลของการประหยัดอดออม เป้าหมายทิศทางที่กำลังจะไป ตลอดจนความฝันต่างๆ
       
       นักธุรกิจทุกคน ล้วนต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเราสามารถเสนอตัวเข้าไปทำงานนอกเวลาในโอกาสต่างๆ ได้ และงานเหล่านี้จะช่วยพัฒนาความสามารถ และพัฒนาทักษะในการเจรจา ซึ่งในไม่ช้า เมื่อเข้าปีที่สอง รายได้ควรจะเพิ่มเป็น 5,000 หยวน หรืออย่างน้อยสุด 3,000 หยวน ไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถสู้กับเงินเฟ้อได้
       
       ไม่ว่าคุณจะหารายได้เพิ่มมากขึ้นเท่าไร จำไว้เสมอว่าแบ่งเงินเป็น 5 ส่วน ทำตัวเองให้เป็นประโยชน์อยู่เสมอ รู้จักผู้คนมากขึ้น ขยายเครือข่ายกว้างขึ้น ใช้เงินลงทุนเพิ่มในการเรียนรู้ - การท่องเที่ยว - การลงทุนไปกับอนาคต
       
       เมื่อรักษาสมดุลวินัยการบริหารเงินนี้ไว้ได้ จะทำให้เริ่มมีเหลือกินเหลือใช้เรื่อยๆ สุขภาพจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะกินอาหารและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อนจะมีมาก เครือข่ายจะขยายในเวลาเดียวกัน ทักษะได้รับการพัฒนาระดับสูงขึ้น ทำงานใหญ่กว่าเดิมไปเรื่อยๆ จนในไม่ช้า ก็จะถึงวัยที่ต้องมีครอบครัว ซื้อบ้าน ซื้อรถ และเตรียมค่าใช้จ่ายของลูก
       
       ลี กา ชิง ให้คำแนะนำที่ฟังดูจะสวนทางกับคนทั่วไปว่า ถ้าจนให้ใช้เวลาอยู่ที่บ้านให้น้อยกว่าการอยู่ข้างนอก ทำตนให้เป็นประโยชน์กับทุกๆ คน อย่าได้คิดเล็กคิดน้อย เมื่อรวยให้เก็บตัว ระมัดระวังในการที่จะถูกผู้อื่นปอกลอก-ใช้ประโยชน์ เมื่อยากจนอาจใช้จ่ายเงินเพื่อให้ผู้คนสามารถมองเห็น แต่คนรวยจริง มักใช้จ่ายอย่างเงียบ ๆ ไม่อวดโอ่ ก็นี่คือศิลปะการใช้ชีวิตที่หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ
       
       เมื่อยังหนุ่มสาว ไม่ต้องกลัวความจน มันไม่ใช่ความผิดอะไร จงเรียนรู้วิธีและวินัยลงทุนในตัวคุณเอง รู้ว่าอะไรจำเป็นและไม่จำเป็นต่อชีวิต อะไรควรหลีกเลี่ยง และไม่ฟุ่มเฟือยไปกับมัน รู้จักเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ดีเพียงไม่กี่ชุด กินข้าวนอกบ้านให้น้อยที่สุด และถ้ากินเลี้ยงข้างนอกบ้าน ต้องแน่ใจว่ากินกับผู้คนที่มีความฝัน และทำงานหนักกว่าตนเอง
       
       เมื่อใด ที่เริ่มปีกกล้าขาแข็งลืมตาอ้าปากได้ จึงค่อยใช้เงินที่เหลือเพื่อความฝัน กางปีกบินไปให้ไกลสุดชีวิต
       
       ลี กา ชิง อ้างถึงทฤษฎีที่มีชื่อเสียงของฮาร์วาร์ด ว่าด้วยความแตกต่างของโชคชะตาของผู้คน ถูกตัดสินจากการใช้เวลาว่างระหว่าง 20.00 น. ถึง 22.00 น. เวลา 2 ชั่วโมงนี้ หากใช้ในการศึกษาพัฒนา - เรียนรู้ คิด และเข้าร่วมสัมนาที่มีประโยชน์ ถ้ายืนหยัดทำแบบนี้ได้สักปีสองปี ความสำเร็จจะวิ่งเข้ามาเคาะประตูบ้าน
       
       สูตรการบริหารเงิน 5 ส่วนนี้ ไม่สำคัญว่าคุณหาเงินได้เท่าไร จำไว้เพียงว่า แบ่งเงินเป็น 5 ส่วน ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ลงทุนเข้าสังคม-พบผู้คนใหม่ๆ - เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากคนเหล่านี้ - ขยายเครือข่ายทางสังคม - เดินทางในที่ใหม่ๆ ทุกปี และติดตามการพัฒนาการล่าสุดว่าโลกไปถึงไหนด้วย ถ้าทำตามแผนนี้อย่างจริงจัง จะมีเงินทุนและต้นทุนชีวิตเหลือมากมาย
       
       ในทัศนคติต่อชีวิตนั้น ลี กา ชิง เตือนว่า อย่ามัวจมอยู่กับความผิดพลาด ไม่จำเป็นที่จะมัวมานั่งเสียใจกับสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว ทุกคนเคยทำผิดพลาด ที่สำคัญกว่าคือการได้เรียนรู้อะไรจากมัน และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่พลาดซ้ำอีก เพื่อโอกาสใหม่ที่รออยู่ข้างหน้าเสมอ

ในท้ายสุดของบทเรียนที่ ลี กา ชิง ฝากไว้ว่า ท่าทีต่อชีวิตและโลกนั้นรอยยิ้มเป็นเครื่องชี้วัดที่สำคัญที่สุด จงยิ้มรับเมื่อถูกเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงเมื่อถูกเอาเปรียบ กระทั่งเมื่อพลาดพลั้ง ทำผิดไป ก็ควรยิ้มรับผิดอย่างใจเย็น คนใจกว้างมักหัวเราะออกมาดังๆ แม้ในยามเจ็บปวด คนที่มีความมั่นใจ มักยิ้มได้อย่างสงบ แม้โดนดูหมิ่นเหยียดหยาม ขณะที่คนอ่อนโยน อ่อนน้อม มักยิ้มได้เมื่อถูกปฏิเสธ...


ป้ายโฆษณา



















ติดต่อเรา

สถิติของเว็บไซต์
16/12/2555
15/09/2562
2914612
183643

ออนไลน์
ผู้ใช้งานขณะนี้ :
 
 บุคคลทั่วไป  5 ราย

สังคมออนไลน์